
"วัดเขาแดงตะวันตก" แม้ว่าจะอยู่ในเขต อ.เมือง พัทลุง ก็จริง แต่วัดนี้ก็หาได้อยู่ในแหล่งชุมชนไม่ วัดนี้อยู่ในเขตหมู่บ้าน "เขาแดง" ห่างจากตัวจังหวัดออกไปหลายกิโลเมตร ทางเข้าวัดก็เป็นทางดินลูกรัง วัดตั้งอยู่ทางฟากตะวันตกของ "เขาแดง" ซึ่งเป็นภูเขาที่มีต้นไม้ขึ้นดกดื่นร่มครึ้มและมีถ้ำต่างๆ หลาย ถ้ำ วัดตั้งอยู่ติดเชิงเขาแดง หน้าวัดเป็นทุ่งนา ภายในบริเวณวัดมีต้นไม้ยืนต้นให้ความร่มรื่น และลมพัดเย็นสบายตลอดวัน รอบ ๆ วัดมีบ้านเรือนของชาวบ้านประปรายไม่กี่หลัง จึงเป็นสถานที่เหมาะแก่การจำศีลบำเพ็ญภาวนายิ่งนัก ที่บนเขาแดงมีถ้ำอยู่ถ้ำหนึ่งเรียกว่า "ถ้ำคนธรรพ์" แต่ก่อนเล่ากันว่าเป็นที่อยู่อาศัยของพวก "คนธรรพ์" ซึ่งเป็นชาวสวรรค์พวกหนึ่ง เป็นบริวารของ "ท้าวธตรฐ" มีความชำนาญในวิชาดนตรีและขับร้อง ชาวบ้านแต่ก่อนเล่าว่าวันดีคืนดีก็จะเห็นพวกคนธรรมพ์ออกมาเล่นดนตรีขับร้องเป็นที่สนุกสนาน สำหรับถ้ำคนธรรมพ์นี้บางทีชาวบ้านก็เรียกว่า "ถ้ำทรัพย์" เนื่องจากภายในถ้ำมีทรัพย์สมบัติอยู่ บางคนเข้าไปหาทรัพย์สมบัติและเอามาได้ บางคนเข้าไปหาทรัพย์สมบัติตั้งหลายครั้งแต่ไม่เคยได้แม้แต่สักครั้งเดียว ส่วนผู้มีบุญวาสนาแค่เข้าไปหาครั้งเดียวก็ได้มาแล้ว จะได้ทรัพย์สมบัติมากหรือน้อยก็แล้วแต่บุญวาสนาของแต่ละคนอีกทีหนึ่งบางคนที่มีบุญวาสนาและถึงคราวจะได้โชคลาภ คนธรรพ์ก็จะมาบอกให้ไปเอาทรัพย์สมบัติเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็แปลกมาก
แต่ก็เป็นเรื่องจริง...สำหรับหลวงพ่อเจ๊กเท่านั้น ก็มีคนธรรพ์มาบอกว่าให้ไปเอาทรัพย์สมบัติเหมือนกัน แต่ว่าทรัพย์สมบัติที่คนธรรพ์มาบอกให้หลวงพ่อเจ๊กไปเอานั้นไม่ใช่พวกแก้วแหวนเงินทอง แต่เป็น
"ตำราพุทธาคม และไสยศาสตร์ ซึ่งนับว่าการศึกษาวิชาทางด้านนี้ของหลวงพ่อเจ๊กมีความลี้ลับพิสดารไปจากพระเกจิอาจารย์ทั่ว ๆ ไป เนื่องจากถ้ำคนธรรพ์ หรือถ้ำทรัพย์ นี้ก็มีคนเข้าไปหาทรัพย์สมบัติอยู่เรื่อยๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว แต่ไม่มีใครเคยพบตำรานี้มาก่อน และคนธรรพ์ก็ไม่เคยบอกให้ใครเข้าไปเอาตำรานี้มาศึกษา จากการที่คนธรรพ์บอกให้หลวงพ่อเจ๊กไปเอาตำรานี้มาศึกษาก็เป็นการแสดงถึงบุญวาสนาบารมีของหลวงพ่อเจ๊กที่สูงส่งขนาดคนธรรพ์ยังนับถือ ปกติในแต่ละวัน ตอนที่หลวงพ่อเจ๊กท่านยังมีชีวิตอยู่ จะไม่ค่อยสุงสิงกับใครวัน ๆ ท่านจะนั่งวิปัสสนากรรมฐานหรือไม่ก็สร้างวัตถุมงคลของท่านไปเรื่อย ๆ ใบหน้าของท่าน แม้บางคนอาจจะมองว่าดุไปสักหน่อย แต่ท่านก็เป็นพระที่ใจดี ใบหน้าฉายแววแก่เกล้าทางพลังจิตและวิทยาคมดูน่านับถือนัก การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อเจ๊กไม่เหมือนใคร เพราะวัตถุมงคลทุกชิ้นท่านจะสร้างด้วยมือของท่านเองหมด อาจจะมีลูกศิษย์ไปช่วยบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการหลอมเนื้อโลหะ แต่ส่วนมากแล้วเริ่มตั้งแต่การปั้นหุ่นเทียน การพอกดินเบ้า การสำรอกหุ่นเทียน การหลอมเนื้อโลหะ การเทหล่อเนื้อโลหะลงสู่เบ้า การแต่งองค์พระ ตลอดไปจนถึงการปลุกเสก ท่านจะทำด้วยตัวท่านเองทั้งสิ้น จะว่าวัตถุมงคลของท่านมีการปลุกเสก มาตั้งแต่การเริ่มต้นปั้นหุ่นเทียนขี้ผึ้งก็ว่าได้ การสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อเจ๊กท่านจะสร้างไปเรื่อย ๆ ตามแต่จะมีโอกาส จำนวนการสร้าแต่ละครั้งก็ไม่แน่นอน 5 องค์ 6 องค์ บ้างตามแต่ท่านจะสร้างบางทีองค์เดียวท่านก็สร้าง แล้วพระเครื่องแต่ละองค์ของท่านแม้จะเป็นพิมพ์เดียวกันแต่รายละเอียดจะไม่เหมือนกันทุกอย่างในแต่ละองค์ เพราะท่านจะแกะพิมพ์ทีละองค์ ซึ่งนับว่าเป็นความตั้งใจและอุตสาหะเป็นอย่างยิ่ง แต่พระเครื่องของท่านก็มีจำนวนมากพอประมาณ ส่วนศิลปะแล้วใครเห็นก็ต้องยอมรับว่าพระเครื่องของหลวงพ่อเจ็กมีศิลปะความสวยงามแลดูซึ้งอย่างน่าทึ่งจนบางคนคิดไม่ถึงว่าท่านจะสร้างได้อย่างนี้ พระเครื่องบางองค์รายละเอียดมีความคมชัดและมีช่องว่างของลายเส้นดูเหมือนกับพระเครื่องที่สร้างโดยกรรมวิธีการฉีดแบบสมัยใหม่ แต่ท่านกลับสร้างได้ด้วยวิธีแบบโบราณด้วยมือของท่านเอง เคยมีชาวบ้านถามท่านว่าท่านสร้างแบบนี้ได้อย่างไร? ท่านก็บอกว่า "ที่ฉันสร้างได้แบบนี้ไม่ใช่เพราะฉันสร้างคนเดียวหรอก
แต่มีเทวดามาช่วยสร้างด้วย" ถ้าเป็นไปตามที่ท่านพูดอย่างนี้ก็แสดงว่าเทวดาที่มาช่วยท่านสร้างวัตถุมงคลก็น่าจะเป็นคนธรรพ์ และก็คงจะมาสร้างกันตอนกลางคืน เพราะตอนกลางคืนหลวงพ่อเจ๊กท่านจะง่วนกับการสร้างวัตถุมงคลในกุฏิเพียงลำพัง แต่พอรุ่งเช้าวัตถุมงคลของท่านก็สร้างเสร็จเรียบร้อยทุกที หลวงพ่อเจ๊กเมื่อท่านได้ตำรามาจากคนธรรพ์และเอามาศึกษาแล้ว ท่านก็เริ่มสร้างพระเครื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2484 เป็นต้นมาและก็สร้างมาเรื่อย ๆ นับจนมรณะภาพพระเครื่องของท่านก็มีจำนวนได้หลายพันองค์ และก็มีหลายพิมพ์แตกต่างกันไป เช่น พิมพ์พระปิดตา พิมพ์พระสิวลี พิมพ์พระเจ้าห้าพระองค์ พิมพ์พระพุทธกวัก พิมพ์หนุมาน พิมพ์พระฤาษี ฯลฯ เป็นต้น แต่พิมพ์ที่ท่านสร้างมากที่สุดก็ได้แก่ พิมพ์พระปิดตา ซึ่งพระปิดตาบางองค์ของท่านศิลปะสวยงามอย่างน่าทึ่ง และหลายองค์ที่เขาเอาไปเล่นเป็นพระปิดตาของ "หลวงพ่อทัพ วัดทอง" ไปแล้ว สำหรับการสร้างพระปิดตาของหลวงพ่อเจ๊กไม่เหมือนกับตำราการสร้างพระปิดตาของสำนักและอาจารย์อื่น ๆ เพราะตำราการสร้างพระปิดตาของสำนักและอาจารย์อื่น ๆ จะกล่าวถึงพระปิดตาว่าเป็นรูปจำลองของพระอรหันต์ สาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 องค์รวมเข้าด้วยกัน คือ 1. พระภควัมปติ 2. พระสังกัจจายน์ 3. พระสิวลี แต่ตำราการสร้างพระปิดตาของหลวงพ่อเจ๊กที่ท่านได้มาจากถ้ำคนธรรพ์นั้นกล่าวถึงพระปิดตาว่าเป็น "สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขณะทรงอยู่ในพระครรภ์มารดา" ส่วนอักขระที่วางประทับตามองค์พระปิดตานั้นก็หมายถึง "สายรกที่พันพระวรกาย" ซึ่งนับว่าเป็นตำราการสร้างพระปิดตาที่พิสดารเฉพาะของหลวงพ่อเจ๊กเพียงท่านเดียวเท่านั้น ในด้านพุทธคุณของวัตถุมงคลหลวงพ่อเจ๊กจะดีครบทุก ๆ ด้าน ครอบจักรวาล โดยเฉพาะทางด้านเมตตามหานิยมและโชคลาภจะดีเด่นเป็นพิเศษ เพราะเหตุนี้วัตถุมงคลของท่านจึงเป็นที่นิยมทางภาคใต้มาช้านาน และก็นิยมกันอย่างมากด้วย ใครมีวัตถุมงคลของท่านก็จงรู้เอาไว้เถิดครับว่า ท่านมีของดีมีค่าไว้ในครอบครองแล้ว และไม่ควรปล่อยให้หลุดมือเป็นอันขาดครับ